Bechdel Test แบบทดสอบอคติทางเพศในภาพยนตร์

Bechdel Test แบบทดสอบอคติทางเพศในภาพยนตร์

ปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยครั้งในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน คือการที่ภาพตัวแทนของเพศอื่นถูกครอบงำโดยตัวละครเพศชาย ซึ่งสิ่งที่นำเสนอออกมาผ่านสื่อประเภทนี้สามารถแสดงให้เห็นถึงลักษณะของสังคมที่มีชายเป็นใหญ่ เพื่อที่จะให้เรื่องราวและเสียงของเพศหญิงเป็นที่รับรู้อย่างถูกต้องมากขึ้น แบบทดสอบอคติทางเพศในภาพยนตร์ (Bechdel Test หรือ Bechdel–Wallace test) จึงถูกสร้างขึ้นโดยนักวาดการ์ตูนชาวอเมริกันชื่อว่า Alison Bechdel ที่ได้วาดการ์ตูนสั้นเรื่อง Dykes to Watch Out for ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับผู้หญิงสองคนที่กำลังตัดสินใจว่าจะดูภาพยนตร์เรื่องไหนดี ผู้หญิงคนหนึ่งได้เสนอความคิดว่าตนเองจะไปชมภาพยนตร์ที่มีคุณสมบัติครบสามข้อตามที่กำหนด ได้แก่

1. ในเรื่องต้องมีผู้หญิงที่มีชื่อเสียงเรียงนามเป็นของตัวเองอย่างน้อยสองคน

2. ทั้งคู่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน

3. หัวข้อที่ตัวละครผู้หญิงทั้งสองพูดคุยต้องไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับผู้ชาย

 

bechdeltestfest.com

แน่นอนว่า แทบจะไม่มีภาพยนตร์เรื่องไหนเลยที่มีครบทั้งสามข้อ ดังนั้นเธอสองคนจึงกลับบ้านไปโดยไม่ได้ดูภาพยนตร์ใดๆ หลังจากที่การ์ตูนสั้นดังกล่าวออกเผยแพร่ในปี 1985 คำว่า Bechdel Test ค่อยๆ เป็นที่รู้จักมากขึ้นในช่วงปี 2000 จนกระทั่งได้รับการบัญญัติลงในพจนานุกรมภาษาอังกฤษ ฉบับอ็อกซฟอร์ด เมื่อเดือนมิถุนายน 2018 ร่วมกับคำศัพท์อื่นๆ กว่า 900 คำ

นอกจากนี้ Bechdel Test ยังช่วยจุดประกายการให้ Holly Tarquini ผู้อำนวยการสร้าง ประจำงานเทศกาลภาพยนตร์ FilmBath ประกาศเปิดตัวระบบจำแนกประเภทภาพยนตร์แบบใหม่ในเทศกาลภาพยนตร์ เมื่อปี 2014 ด้วยการใช้มาตรฐานภาพยนตร์ F-rated (Female-rated movies) สำหรับภาพยนตร์ที่ประกอบไปด้วยตัวละครหลักเพศหญิงที่มีความซับซ้อน มีการกำกับ เขียนบท หรือมีทีมงานเบื้องหลังเป็นผู้หญิงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของทีมงานทั้งหมด อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อช่วยสนับสนุนผลงานของผู้หญิงในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ยังมีสัดส่วนน้อยกว่าผู้ชายอยู่มาก

ถัดมาในปี 2017 เว็บไซต์ IMDb (The Internet Movie Database) ฐานข้อมูลออนไลน์ของอุตสาหกรรมบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ โทรทัศน์และวิดีโอเกม ทั้งในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ได้จัดตั้งระบบฐานข้อมูลสำหรับภาพยนตร์ F-rated โดยเฉพาะในเว็บไซต์ ซี่งมีจำนวนมากกว่า 22,000 เรื่อง เพื่อช่วยให้การค้นหาภาพยนตร์ที่แสดงและสร้างโดยเพศหญิงสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นผ่านตัวเลือกในการค้นหาที่หลากหลาย อีกทั้งยังช่วยสร้างพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้แก่ภาพยนตร์เหล่านี้

แม้ว่า Bechdel Test จะมีส่วนในการสร้างความตระหนักให้เห็นถึงปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมกันของชายหญิงผ่านการนำเสนอในภาพยนตร์ แต่ไม่ได้หมายความว่าภาพยนตร์ที่ผ่านการทดสอบนี้ถือเป็นภาพยนตร์ที่มีคุณภาพ หรือมีคุณค่าด้านศีลธรรมที่นำเสนอผู้คนได้อย่างแตกต่างหลากหลาย เพราะเป็นแค่มาตรวัดในเบื้องต้นเท่านั้น

ดังนั้น ผู้คนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จึงมีการคิดค้นแบบทดสอบอื่นๆ ที่เป็นการต่อยอดมาจาก Bechdel Test เพื่อให้ครอบคลุมถึงกลุ่มผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลายมากขึ้น อาทิเช่น

DuVernay Test โดย Manohla Dargis

คุณสมบัติของภาพยนตร์ที่ผ่านแบบทดสอบ คือ ตัวละครผิวสีและกลุ่มคนชายขอบต้องมีบทบาทที่นำเสนอให้เห็นถึงการดำรงชีวิตของพวกเขา โดยไม่ได้มีเพื่อสนับสนุนตัวละครผิวขาว

ซึ่งเป็นแบบทดสอบที่สร้างขึ้นจากกระแส #OscarsSoWhite ในปี 2016 ซึ่งตั้งชื่อตาม Ava DuVernay ผู้หญิงผิวสีเพียงไม่กี่คนในที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้าชิงรางวัลครั้งนั้น

Waithe Test โดย Lena Waithe

คุณสมบัติของภาพยนตร์ที่ผ่านแบบทดสอบ คือ มีผู้หญิงผิวสีอย่างน้อยหนึ่งคน และเธอต้องถูกนำเสนอผ่านการมีอาชีพที่น่าเคารพ หรือมีสถานะทางสังคมที่ดี รวมทั้งอยู่ในความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ครองของตน

ทั้งนี้ Lena Waithe ผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้รับรางวัล Emmy Award 2017 สาขาบทละครตลกยอดเยี่ยม เธอได้คิดค้นแบบทดสอบนี้ขึ้นเพื่อลบล้างภาพจำด้านลบของผู้หญิงผิวสีส่วนใหญ่ผ่านการนำเสนอในภาพยนตร์

Peirce Test โดย Kimberly Perice 

คุณสมบัติของภาพยนตร์ที่ผ่านแบบทดสอบ คือ มีผู้หญิงเป็นตัวเอกของเรื่อง ซึ่งต้องเป็นตัวละครที่มีความซับซ้อน  เธอจะเป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยที่ผู้ชมต้องมีอารมณ์ความรู้สึกร่วมและเข้าใจเหตุผลในความต้องการ หรือการกระทำต่างๆ ของเธอ

Mako Mori Test โดย ผู้ใช้งานเว็บไซต์ Tumblr ชื่อ Chaila

คุณสมบัติของภาพยนตร์ที่ผ่านแบบทดสอบ คือ มีตัวละครหญิงอย่างน้อยหนึ่งคนที่มีเรื่องราวเป็นของตัวเอง และเรื่องราวนั้นต้องไม่เกี่ยวข้อง หรือส่งเสริมเรื่องราวของตัวละครชาย

โดยแบบทดสอบนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Mako Mori ตัวละครหญิงแกร่งในเรื่อง Pacific Rim (2013) แสดงโดย Rinko Kikuchi ภาพยนตร์ไซไฟที่มีการนำเสนอภาพตัวละครผู้หญิงตัวชาวเอเชียได้เป็นอย่างดี แต่จากการที่เธอเป็นตัวละครหลักเพศหญิงเพียงคนเดียว และไม่ได้พูดคุยกับตัวละครหญิงคนอื่นๆ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ผ่าน Bechdel Test เช่นเดียวกับภาพยนตร์เรื่อง Gravity (2013) จึงมีการสร้างแบบทดสอบนี้ขึ้น

จากที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า Bechdel Test ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมภาพยนตร์ให้มีความเท่าเทียมมากขึ้น ผ่านการคิด วิเคราะห์และพัฒนาแบบทดสอบใหม่ๆ เพื่อทดแทนช่องโหว่ที่แบบทดสอบนี้ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งถือเป็นความท้าทายของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงในเบื้องหน้า ทีมงานเบื้องหลัง หรือแม้กระทั่งผู้ชมในการรับรู้และสนับสนุนภาพยนตร์ที่ไม่เพียงให้ความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นสื่อให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการนำเสนอภาพลักษณ์ที่เต็มไปด้วยความแตกต่างหลากหลายของผู้คน โดยลบล้างอคติและภาพจำแบบเก่า

 

 

References:

Oxford University Press, “New words list June 2018”, https://public.oed.com/updates/new-words-list-june-2018/

Gwilym Mumford, “F-rated: IMDb introduces classification system to highlight work by women”, https://www.theguardian.com/film/2017/mar/07/f-rated-imdb-introduces-classification-system-to-highlight-work-by-women

Terri Waters, “7 Tests (That Aren’t The Bechdel Test) That Measure Movies For Gender Equality And Representation”, https://www.the-unedit.com/posts/2018/8/20/7-tests-that-arent-the-bechdel-test-that-measure-movies-for-gender-equality-and-representation

The Bechdel Test, “The Bechdel Test Fest”, http://bechdeltestfest.com/

Written by Dusida Worrachaddejchai

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply