รู้จัก ‘VVV’ บอยกรุ๊ปน้องใหม่ที่คลิกกันด้วยความรักในดนตรี และพร้อมตกคุณด้วยความ “เนิร์ดดี”

หลังจากปล่อย ‘ตัวปัญหา (Envy)’ ซิงเกิลพรีเดบิวต์ออกมาเมื่อ 2 เดือนก่อน รวมถึงเพลงคัฟเวอร์อย่าง ‘เลอะเลือน’ และ ‘รักคือ’ ที่ออกมาก่อนหน้านี้และกลายเป็นเพลงฮิตในโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม 3 หนุ่ม VVV บอยกรุ๊ปวงแรกจาก WHOOP Music และ What The Duck ที่ประกอบด้วย ‘จูเนียร์-ปริยะ จิยางกูร’ หนุ่มใจเย็นที่ทุ่มสุดตัวกับการเดบิวต์ในวัย 25 ‘จีวัท-จีรวัฒน์ ชอบการกิจ’ แรปเปอร์วัย 24 ที่ค้นพบว่าตัวเองชอบเขียนเพลงมาตั้งแต่สมัยเรียน และ ‘เจนัส-ศิระ วิจิตรธนารักษ์’ ไอดอลวัย 22 ที่ฉีกจากเส้นทางสายธุรกิจที่ครอบครัววางไว้ แล้วเลือกเดินในสายดนตรี  ก็ทำให้คนที่ได้ฟังเพลงสนุกกับการเดาว่า เพลงเดบิวต์ของพวกเขาจะออกมาเป็นแบบไหน

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

ถึงตอนนี้ คนที่กำลังอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่น่าจะได้ฟัง ‘เนิร์ดดี (Nerdy)’ ซิงเกิลเดบิวต์จังหวะสนุกของพวกเขาไปแล้วกันคนละหลายรอบ และได้เห็นอีกโหมดหนึ่งของบอยกรุ๊ปที่สนุกกับการเรียนรู้เรื่องดนตรีผ่านการเป็นศิลปินเต็มตัว ก่อนที่พวกเขาจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการบนสเตจเดบิวต์ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้

ทำไมถึงเลือกธีมเนิร์ดมาเป็นธีมในซิงเกิลเดบิวต์ของวง

จีวัท: เพราะว่าพวกเราเนิร์ดครับ (หัวเราะ) แต่ที่จริงมาจากความตั้งใจของเราที่อยากพรีเซนต์มุมอื่นๆ บ้าง อยากให้ผลงานของเรามีความหลากหลาย ไม่อยากให้งานแต่ละตัวซ้ำทางกัน

จูเนียร์: เราพยายามสร้างสีสันใหม่ๆ ในตัวตนของ VVV ตลอด อย่างเพลง ‘ตัวปัญหา’ ถ้าคิดเป็นสี ก็อาจจะดูเป็นสีน้ำเงินเข้ม เพลงนี้ก็สีเหลืองไปเลย

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

แต่ละคนมีเรื่องอะไรที่มองตัวเองว่าเนิร์ดบ้าง

จูเนียร์: ผมคิดว่าตัวเองเนิร์ดฟุตบอลนะ ชอบดูฟุตบอล

เจนัส: ของผมน่าจะเรื่องอะนิเมะ เพราะผมชอบพวกอะนิเมะ พวกมังงะ

จีวัท: ส่วนผมน่าจะเนิร์ดเรื่องเพลง ถ้าเป็นศิลปินที่เราชอบ เราก็จะใส่ใจมาก โฟกัสในการดูจนเหมือนหลุดเข้าไปเลย อยากเป็นให้ได้แบบศิลปินที่ตัวเองชอบ

แล้วศิลปินที่ชอบคือใคร

จีวัท: ชอบ Jay Park ครับ

จูเนียร์: อ้าว… นึกว่าชอบ VVV (หัวเราะ)

ตอนเจอพร้อมกันครั้งแรกย้อนไปนานแค่ไหน

จูเนียร์: ถ้าในการรวมกันเป็น VVV น่าจะตอนเดือนมิถุนาฯ ปีที่แล้ว นับถึงตอนนี้ประมาณ 7 เดือน แต่ผมกับจีวัทเคยรู้จักกันมาก่อน ส่วนเจนัสเป็นเด็กใหม่

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

ความรู้สึกตอนที่เจอกันครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง

เจนัส: ตอนเจอสองคนนี้ผมรู้สึกต่างกัน อย่างเจอจีวัท ผมรู้เลยว่าเขาเป็นแรปเปอร์ ไม่ได้มีคนบอกก่อนด้วย แต่มันเป็นไวบ์ที่เขาให้ ส่วนตอนเจอจูเนียร์ ผมว่าเขามีความลึกลับ เวลาเขาทำหน้านิ่ง เขาดูน่าค้นหามากเลย อย่างถ้าเป็นผม ผมจะแสดงออกชัด หัวเราะก็หัวเราะเลย ยิ้ม เศร้า หรือโกรธ ก็จะโชว์ออกมา ขณะที่จูเนียร์เขาจะมีความ neutral tone อยู่ แต่ถ้าได้เห็นเวลาเขายิ้มกว้าง มันจะทำให้คนรู้สึกว่า เฮ้ย ไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือที่มาของคำว่า ลึกลับ ในความรู้สึกผม

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

พอได้เจอกัน เซนส์ได้เลยไหมว่าจะกลายเป็น 3 คนที่ลงตัวในการทำงาน

จูเนียร์: ตอนเจอครั้งแรกยังไม่รู้เคมีระหว่างกัน แค่เซนส์ได้ว่าแต่ละคนจะเป็นประมาณไหน พอได้รู้จักจริงก็มีบางอย่างตามที่เราคิด บางอย่างผิดคาด แต่เราเข้ากันได้ด้วยสภาพแวดล้อมของพวกเราที่ทำให้รู้สึกว่าไปในทางเดียวกัน คุยภาษาเดียวกัน จริงๆ จีวัทเคยส่งไอจีของเจนัสมาให้ดูก่อนว่าเป็นใคร แล้วก็บอกว่า พี่ไม่ต้องห่วง ดูแล้วทรงเดียวกัน คุยกันรู้เรื่อง

แล้วทรงเดียวกันจริงไหม

เจนัส: เขาเป็นขั้วตรงข้ามของผม แต่มันมีบางอย่างที่เราลิงก์กัน

อย่างเช่น…

จีวัท: อย่างเช่นผม (หัวเราะ)

จูเนียร์: ใช่ครับ เขาคือตัวกลางของเรา

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

การที่ทุกคนชอบเพลงแนวเดียวกันมีส่วนทำให้สนิทกันไวด้วยไหม

เจนัส: ผมว่าทุกคนค่อนข้างแฮปปี้กับไดเรกชันที่ VVV ต้องการจะไป เราเข้าร่วมโปรเจกต์เพราะแนวเพลงมันถูกเทสต์ของทุกคน ก็เลยมีความเข้ากัน มันมีวันหนึ่งที่ทุกคนมาบ้านผม นั่งคุย เล่นกีตาร์ สลับกันเปิดเพลงที่ตัวเองชอบ มันทำให้รู้เลยว่า ถ้าผมรู้จักเพลงไหน อีกสองคนก็รู้จักเพลงนั้น แล้วพอเขาขายเพลงที่เขาชอบ ให้เราลองฟังดู เพลงที่เขาขายก็ถูกใจผม

จูเนียร์: ไม่รู้ว่าจะฟังดูแปลกๆ หรือเปล่า แต่การที่เทสต์เพลงตรงกัน มันทำให้เรารู้ถึงนิสัยใจคอของแต่ละคนประมาณหนึ่งเลย และทำให้คุยกันรู้เรื่อง การมองภาพก็เป็นไปทางเดียวกันเยอะมาก

เจนัส: เรามีอิมเมจในหัวว่า VVV จะเป็นแบบไหนตั้งแต่แรก เข้าใจว่าเรายังต้องฝึกอีกเยอะ แต่ภาพในหัวก็ไม่เคยจางไปเลย เป็นอิมเมจที่ชัดมากว่าในอนาคตเราเห็นอะไร และตอนนี้ก็รู้สึกได้ว่ากำลังจะไปถึงจุดนั้น

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

 ภาพที่บอกว่าเห็นตรงกันคือภาพไหน

เจนัส: ถ้าพูดจากใจผมเลยคือเรื่องดนตรี เป็นเรื่องที่เราเห็นตรงกันเป็นอย่างแรกเลย อย่างที่สองก็คือการที่เราได้เจอพี่ทอย (ธันวา บุญสูงเนิน – ผู้บริหารค่าย WHOOP Music) หรือพี่มาร์ค – ธัชพล จุลเกษม มันทำให้สภาพแวดล้อมเราเต็มไปด้วยดนตรี เรารู้สึกว่าจะได้ความรู้เกี่ยวกับดนตรีมากขึ้น ส่วนถ้าเป็นภาพของ VVV เลย จะเห็นว่าเรา…

จีวัท: …ตึง

เจนัส: ใช่ เราตึงครับ มันมีความรู้สึกว่า สิ่งที่เรากำลังทำมันถูกนะ

จูเนียร์: เราตั้งเป้าไว้ว่าเราจะเป็นวงที่มีคุณภาพวงหนึ่ง จะไม่หลุดจากคอนเซปต์ของตัวเราเอง และจะพุ่งเป้าไปตรงนั้น

เจนัส: แล้วเราก็ไม่ได้มองว่าคนอื่นทำอะไร เพราะเราคุยกันเองว่าอยากให้เป็นแบบไหน มีเวย์ของเราอยู่แล้ว

ถ้าเดบิวต์ไปแล้ว กลัวการเปรียบเทียบบ้างหรือเปล่า

เจนัส: ผมว่าหลายคนคงคิดว่า ไม่ว่าจะวงผมหรือวงอื่น เราจะมองเป็นคู่แข่งกันไหม

เรามอง T-Pop เป็นเพื่อนที่เราต้องร่วมมือกัน เพราะสุดท้ายเป้าหมายของพวกเราก็คือ อยากทำให้ T-Pop ดังขึ้น มีคนรู้จักมากขึ้น พยายามช่วยกันมากกว่า

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

ถึงตอนนี้ เรามองภาพบอยแบนด์ไว้ว่าเป็นแบบไหน

เจนัส: เรามองดนตรีเป็นหลัก มองดนตรีเป็นเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่ทาง WHOOP กับ What The Duck ร่วมกันทำขึ้นมา ทุกอย่างรวมกันเป็นศิลปะชิ้นหนึ่งที่จะส่งไปให้คนดู

อย่างจีวัทก่อนมาเป็น VVV ก็ทำเพลงเองมาก่อน ตอนนี้ยังเขียนเพลงอยู่บ้างไหม

จีวัท: พยายามแอบเขียนอยู่ครับ เพราะว่าจริงๆ แทบไม่มีเวลาเลย เราใช้เวลาในแต่ละวันกับเรื่องงานวงเยอะมาก แต่ก็พยายามคิดอะไรตลอด เผื่อจะเป็นไอเดียให้กับพวกเราได้

เจนัส: คนนี้เขาเป็นเมนกดบีทครับ เขามีความชักจูงให้เราอยากที่จะทำเพลงของตัวเอง

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

ตอนนี้ทุกคนมองตัวเองเป็นศิลปินแล้วหรือยัง

เจนัส: ผมมองเป็นสเปกตรัม คือตั้งแต่เราเซ็นสัญญาเข้ามา ผมก็มองว่าเราเป็นศิลปินตั้งแต่นาทีที่เราเซ็นแล้ว เพียงแต่บนสเปกตรัมการเป็นศิลปิน เราเป็นศิลปินที่เพิ่งเริ่ม แต่ทุกๆ ปี เราจะค่อยๆ เลื่อนไปตามแต่ละจุดบนสเปกตรัม

จีวัท: ผมมองว่าศิลปินไม่ได้แปลว่าต้องทำเพลงเองเสมอไป ตอนนี้เราก็เป็นศิลปินแล้ว แต่ที่จริงก็มีช่วยเขียนเนื้ออยู่ด้วย

จูเนียร์: เนียร์รู้สึกว่าทุกกระบวนการของการทำเพลง เราสามารถเรียกตัวเองได้ว่า ศิลปิน อย่างเต็มปากขึ้น เพราะทุกอย่างมาจากตัวตนของเรา ถึงจะเป็นเศษเสี้ยวหนึ่งก็ตาม แต่ก็นับว่าเราได้ใส่ความคิดสร้างสรรค์และช่วยสร้างผลงานขึ้นมา อย่างเวลาเข้าห้องอัด ถึงเพลงจะมาจากโปรดิวเซอร์ แต่เราก็ร้องด้วยวิธีการร้องของเรา ใส่ความเป็นตัวเองเข้าไป

แล้วความเป็นตัวเองของแต่ละคนใน VVV คืออะไร

จีวัท: ความเป็นตัวเองของผมอาจจะเป็นเรื่องที่ดูเหมือนมีกำแพงสำหรับคนที่ไม่ได้สนิทกัน แต่จริงๆ ผมเปิดนะ ผมสามารถเปิดใจกับคนที่เปิดใจให้เรา ไม่ได้เข้าถึงยาก แค่ดูมีกำแพงในช่วงแรก แล้วจริงๆ ผมเป็นคนตลก (หัวเราะ) แต่แค่ผมขี้อาย

เจนัส: ผมขอพูดถึงเรื่องเสียงแล้วกัน ผมว่าความเป็นตัวเองของผมคือ ร้องไม่ชัด ตอนแรกก็คิดว่าผิดที่ผมหรือเปล่า แต่สุดท้ายคนรอบข้างก็เห็นว่า สิ่งนี้คือตัวผม ถ้าให้เป็นเสียงที่ชัด 100% ผมว่ามันก็ไม่ใช่ตัวเอง และผมก็ไม่ได้ชอบ

จูเนียร์: คำนิยามของเนียร์น่าจะเป็นคำว่า สุขุม ไม่รู้ว่าใช่ไหม แต่เป็นคนนิ่งๆ ใจเย็น คำนี้เลยน่าจะเข้าที่สุด

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

 สิ่งหนึ่งที่ทั้งสามคนพูดถึงบ่อยมากคือคำว่า ดนตรี อยากรู้ว่าเริ่มชอบสิ่งนี้กันตั้งแต่ตอนไหน

เจนัส: ตอนเด็กๆ ผมยังไม่รู้ว่าชอบดนตรี เคยมีตอนที่อายุสัก 7 ขวบ ผมต้องขึ้นไปร้องเพลง ‘มากมาย’ ของพี่บี้บนสเตจของ academy แห่งหนึ่ง แล้วผมไม่ได้เต็มใจที่จะขึ้นไปร้อง ก็เลยหยุดเรื่องร้องเพลงมาตั้งแต่ตอนนั้น มารู้ตัวอีกทีตอนได้ยินเพลงพี่บี้ทาง TikTok ตอนที่ผ่านมา 10 ปีแล้ว ถึงนึกได้ว่าผมชอบดนตรีขนาดไหน อย่างช่วงนี้พอกลับไปฟังเพลงเก่าๆ ก็เหมือนเป็นการได้รื้อฟื้นความรู้สึกว่า ที่จริงผมกับดนตรีก็จูงมือกันมาตลอด แค่เราโดนบังด้วยเรื่องอื่น

จีวัท: ของผมมาจากตอนอายุประมาณสิบกว่า เริ่มฟังเพลงฮิปฮอป แล้วก็เริ่มบ่นลงไปในเพลง ซึ่งมารู้ตัวทีหลังว่านั่นคือการแต่งเพลงตอนที่เพื่อนมาบอกว่า ก็ทำเพลงได้นี่ เพราะเพื่อนเห็นผมเขียนตลอด ผมก็เลยคิดว่า ลองดูก็ได้ หลังจากนั้นเลยทำอย่างจริงจังขึ้น เริ่มชอบตั้งแต่ตอนนั้น เพราะบางทีก็รู้สึกว่า สิ่งที่เราอยากจะพูดอาจจะไม่ได้มีคนฟัง หรือกลัวเขาไม่อยากฟัง ก็เอาไปใส่ในเพลงแทน พอมันอยู่ในเพลง คนที่เขาไม่ได้รู้สตอรี่ของเรา เขาฟังแล้วก็อาจจะคิดว่ามันเป็นอีกบทบาทหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

จูเนียร์: ของเนียร์มันมีเรื่องที่ทำให้รู้สึกว่า เราตกหลุมรักดนตรี คือตั้งแต่เด็กเราชอบร้องเพลงในรถก็จริง แต่ก็ไม่ได้ออกมาดีขนาดนั้น พอเข้าช่วงวัยรุ่นก็ไม่ได้ร้องเพลงและแทบไม่ได้ฟังเพลงด้วย จนตอน ม.6 มีเพื่อนคนหนึ่งที่ปกติเป็นคนเงียบๆ เขาหยิบกีตาร์มาเล่นและร้องเพลง แล้ววันนั้นมันทำให้ผมตกหลุมรักกีตาร์และเสียงดนตรีเลย กลับมาบ้านวันนั้น ผมหัดเล่นกีตาร์ ลองฝึกกดคอร์ด มันทำให้รู้ว่าผมชอบสิ่งนี้แล้ว

ทั้งจูเนียร์และจีวัทที่รู้ตัวว่าชอบดนตรี จนก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นเด็กฝึกมาก่อนแล้วก็เปลี่ยนแผนไป พอกลับมาเทรนอีกครั้ง กังวลไหมว่าจะไม่เป็นอย่างที่คิดอีก

จีวัท: ผมไม่ค่อยกังวลนะ เรื่องอื่นผมอาจจะไม่มั่นใจในตัวเอง แต่เรื่องเพลงผมมั่นใจ ยิ่งเห็นแววตาพี่ๆ ที่นี่ตั้งแต่เจอเขา แล้วเขาเชื่อผม ก็เลยไม่กลัวเฟลหรือกลัวอะไรเลย แล้วก็รู้ด้วยว่า ต่อให้เฟล ผมก็กลับไปทำเพลงเองอยู่ดี ไม่หยุดทำอยู่แล้ว เพราะการทำเพลงไม่ใช่แค่งานอดิเรก แต่เป็นตัวเรา การทำงานครั้งนี้เป้าหมายกับเพื่อนๆ ก็ชัด แต่ผมมองว่าถ้าเราคาดหวัง มันก็เฟลได้ตลอดเวลา สู้ทำไปเลยดีกว่า เป็นไงก็ลองดูครับ

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

จูเนียร์: ของผมรู้สึกว่า ถ้าอยากลอง มันต้องทำตอนนี้แหละ ถามว่ากลัวเฟลอีกไหม ตอนแรกก็กลัว แต่เราอยากจะทำให้สำเร็จ พอมีโอกาสนี้เข้ามาก็เลยคุยกับที่บ้านว่า ขอโอกาสทีนะป๊า ครั้งสุดท้ายแล้ว ครั้งนี้เต็มที่แน่นอนและจะทำให้ได้ ยิ่งพอเจอกับสองคนนี้ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าผมจะไม่พลาดเป้า

ก่อนจะถึงวันเดบิวต์ มองว่า VVV ต้องฝึกอะไรเพิ่มอีกบ้าง

จูเนียร์: เราต้องพัฒนาทุกเรื่องเลยครับ เพราะรู้ว่าตอนนี้เรายังไม่ได้เก่งขนาดนั้น แต่เราพยายามเตรียมความพร้อมกันอยู่ตลอดเวลา เรียนในทุกๆ อย่างเพื่อให้เก่งขึ้นเร็วที่สุด ด้วยความที่เรามาจากวิธีการที่ต่างจากคนอื่น โดนจับขึ้นสเตจเร็วมากๆ มันเลยมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือทำให้เรามีประสบการณ์ แต่ข้อเสียคือทำให้เราต้องรับแรงกดดันให้ไว พอเรากลับมาทำการบ้านก็เห็นว่า เราต้องเก่งขึ้นในทุกวัน

MV เพลงเดบิวต์ที่เพิ่งถ่ายทำกันไปเป็นอย่างไรบ้าง

เจนัส: เรามีเวลาเตรียมตัวไม่มาก แต่พอมันมีคำว่า เดบิวต์ เรารู้สึกว่าต้องจริงจังและกัดฟัน ก็เลยเต้นกันจนขาแทบจะไม่ไหว หรืออาจจะมีบ่นกันบ้างว่า มันจะได้เหรอ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ทำได้ วันนั้นเราเต้นกันพร้อมมาก

จูเนียร์: เพลงก่อนๆ ของเราในพาร์ตของการเพอร์ฟอร์ม เรายังไม่เคยเต้นขนาดนี้ แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับ T-Pop แค่เราอาจจะยังไม่ชิน เราตั้งใจกันมาก หาเวลาซ้อมแยก ซ้อมกันเอง พยายามลงรายละเอียดให้ทั้งสามคนเท่ากัน

เพลงนี้เรามีส่วนช่วยเขียนเนื้อร้องด้วยหรือยัง

เจนัส: เพลงนี้ยัง แต่ด้วยวิธีการทำงาน เราเห็นแล้วว่าในอนาคตเราจะมีส่วนร่วมขึ้นอีกเยอะมากในเพลงต่อๆ ไป มันเป็นเรื่องของเวลาด้วย เดี๋ยวเราเก่งขึ้น เข้าใจมากขึ้น ก็ใช้ไอเดียเราได้เยอะขึ้น

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

พอเริ่มได้ไปเล่นตามงานต่างๆ โมเมนต์ไหนที่ทำให้รู้สึกว่ามีแฟนคลับแล้ว

จูเนียร์: งานแรกของเราคือ Now Fest จริงๆ เราเคยไป school tour มาก่อน แต่ยังไม่ได้เป็นทางการ Now Fest เป็นงานแรกที่เราขึ้นเวทีในฐานะเทรนนีของ What the Duck วันนั้นเป็นวันที่ทำให้รู้ว่ามีคนรอดู มีคนติดตามพวกเราเยอะกว่าที่คิดมาก และที่เซอร์ไพรส์ก็คือเรา

ได้เห็นแฟนๆ เยอะขึ้นเรื่อยๆ ในทุกสเตจ ทำให้ความมั่นใจหรือความตั้งใจที่อยากทำให้ดีขึ้นของพวกเราเพิ่มตลอดเวลา

จีวัท: เวลาไปอีเวนต์ต่างๆ ก็เริ่มเห็นแฟนๆ มาหา มารอ มาให้กำลังใจ ก็ยิ่งอยากเก่งขึ้นให้คุ้มค่ากับที่เขาทุ่มแรงขนาดนี้

จูเนียร์: บางครั้งเราเห็นเขาตั้งแต่ซาวนด์เช็กตอนสายๆ เขามารอตั้งแต่ตอนนั้น เพื่อจะดูเราโชว์ตอนทุ่มหนึ่ง ผมเห็นแล้วอยากให้เขาได้อยู่ในที่แอร์เย็นๆ รอเราแป๊บนะ เดี๋ยวรีบมา อยากโชว์ให้ดีที่สุด อยากคุยกับทุกคน

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

ตั้งแต่เริ่มเทรนมาจนถึงตอนนี้ คิดว่าเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างในช่วงเวลา 7 เดือน

จีวัท: โตขึ้นเยอะมากในช่วงเวลาสั้นๆ เพราะทุกอย่างมันบังคับให้เราต้องพัฒนาทุกด้าน สกิลก็ต้องเก่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทักษะการพูด การคิด ทัศนคติ การวางตัวในที่สาธารณะยิ่งเรื่องงานจะเห็นได้ชัดเลยว่า เรามีความคิดและมุมมองที่โตขึ้นจากเมื่อก่อน

จูเนียร์: ผมว่าความรับผิดชอบของแต่ละคนมันมากขึ้น อย่างเจนัสที่ผมมองว่าเขาเป็นคนชิลๆ แต่ก็มีความรับผิดชอบและตรงต่อเวลามาก พวกเราโตขึ้นเร็วมากเพราะต้องปรับตัวให้ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ถ้านอกเหนือจากความสามารถเรื่องร้องและเต้นโดยตรง มีเรื่องไหนที่เราอยากโตขึ้นที่สุดตอนนี้

เจนัส: สำหรับผมสิ่งที่อยากเติบโตที่สุดคือเรื่องบนสเตจ ถามว่าผมมีความสุขไหมตอนนี้เวลาขึ้นสเตจ ผมบอกเลยว่าผมยังเอาความสุขนั้นออกมาไม่ได้หมด ผมพะวง ผมเครียด แล้วรู้สึกเหมือนกับว่า เขาอุตส่าห์มาดู มารอเราตั้งแต่เช้า แต่ผมยังมอบความสุขให้เขา 100% ไม่ได้ มันเลยทำให้ผมนอยด์เรื่องนี้

Clothes : @maisonkitsune Eyewear : @gentlemonster

ตอนที่ผมอยู่บนสเตจแล้วลงมา ผมพอใจทุกครั้งนะ แต่พอกลับไปดูหน้า ดูท่าทาง ผมบอกได้ว่าตัวเองรู้สึกแบบไหน ถึงยังออกมาไม่ดี ผมอยากเติบโตเป็นศิลปินที่สามารถให้ความสุขกับทุกคนได้ 100% สามารถโชว์ออกมาได้ว่า ถ้าผมยิ้มแบบนี้ มันออกมาจากใจผม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากพัฒนาขึ้นมาก

จูเนียร์: จริงๆ สามคนน่าจะเป็นปัญหาเดียวกันเรื่องการพูดบนเวที เราอยากมีประสบการณ์มากขึ้น อยากพูดรู้เรื่องมากขึ้นกันทั้งสามคน แต่ถ้าส่วนตัวเนียร์ เรื่องที่อยากโตขึ้นหรือจัดการอะไรได้ดีขึ้น น่าจะเป็นเรื่องบริหารเวลา รู้สึกว่าตัวเองยังบริหารเวลาไม่ได้เก่งขนาดนั้น เป็นเรื่องเดียวที่พยายามปรับให้เข้ากับการทำงานของตัวเอง ยังหาจุดลงตัวไม่เจอ

 จีวัท: ก็น่าจะเป็นเรื่องการพูด อยากโตขึ้นในเรื่องนี้ เพราะตอนนี้บางทีเรายังสื่อสารได้ไม่ชัดเจนพอ มีหลายครั้งเหมือนกันที่มานั่งดูแล้วรู้สึกว่า ถ้าเราพูดให้มันชัดเจน เขาก็อาจจะแฮปปี้ได้กว่านี้อีก แต่กลายเป็นว่าเราทำให้มันไม่เคลียร์ ก็เลยรู้สึกว่าถ้าเราทำสิ่งนี้ได้นอกจากการร้องเพลง การเต้น มันจะทำให้โชว์สมบูรณ์ขึ้น ทุกคนก็จะได้ไวบ์ของความสุขมากขึ้นเวลาที่มาดูพวกเรา 

.

Interviewed by Panicha Imsomboon

.

Models
เจนัส-ศิระ วิจิตรธนารักษ์
จูเนียร์-ปริยะ จิยางกูร
จีวัท-จีรวัฒน์ ชอบการกิจ
.
MakeUp : @rawomakeup
Hair : @papraehairstylistttt
.
Clothes : @maisonkitsune
Eyewear : @gentlemonster
.
[Editorial]
Photographer: @guntanisorn
Project Manager: @faipnssh
Content Creator: @matine___
Art Direction: @narinmachaiya
Group Editor-in-Chief: @topkoay