พาส่องหนังสือที่เหล่าไอดอลเกาหลีอ่าน

NYLON พาส่องหนังสือ 10 เล่มที่เหล่าไอดอลเกาหลีเคยอ่าน ตั้งแต่นิยายรักไปจนถึงหนังสือที่ชวนมองชีวิตในอีกมุม แต่ละเล่มมีทั้งเรื่องราวของความฝัน ความรัก ความสูญเสีย และการเติบโต ลองมาดูกันว่าความชอบในการอ่านของเมนแต่ละคนเป็นแบบไหน และมีเล่มไหนน่าอ่านตามบ้าง เผื่อจะได้หนังสือเล่มใหม่กลับไปไว้บนชั้นของตัวเองสักเล่ม 📗

ANTON (RIIZE) 

ด้วยรักจากวงโคจร (Orbital) — Samantha Harvey

หนังสือเรื่อง Orbital จะพาเราไปอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ ผ่านชีวิตของนักบินอวกาศ 6 คนจากหลายประเทศ เล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมงของแต่ละวัน ขณะที่สถานีโคจรรอบโลกครั้งแล้วครั้งเล่า นอกจากภารกิจและชีวิตประจำวันในอวกาศ หนังสือยังพาไปสำรวจความคิดของแต่ละคน ทั้งเรื่องชีวิต ความตาย ความรัก โลก และอนาคตของมนุษยชาติ การมองโลกจากนอกโลกทำให้สิ่งที่ดูใหญ่ในชีวิตประจำวันกลับเล็กลง ขณะเดียวกันก็ทำให้เห็นว่าโลกที่เราอยู่ร่วมกันนั้นเปราะบางแค่ไหน หนังสือจึงไม่ได้เน้นความเป็นไซไฟแบบผจญภัย แต่ใช้พื้นที่ในอวกาศเป็นจุดเริ่มต้นในการตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์ ซึ่งเล่มนี้ยังได้รับรางวัล Booker Prize ปี 2024 ด้วย

HAECHAN (NCT) 

ร้านมหัศจรรย์สำหรับคนไม่หยุดฝัน (DallerGut Dream Department Store) — Miye Lee

นิยายแฟนตาซีที่พาเข้าไปยังเมืองลึกลับ ซึ่งมีร้านขายความฝันอยู่ ผู้คนจะเดินทางมาที่ร้านนี้ขณะกำลังหลับ เพื่อเลือกซื้อความฝันที่อยากสัมผัส ในร้านมีความฝันหลากหลาย ตั้งแต่ความทรงจำในวัยเด็ก อาหาร ไปจนถึงฝันร้าย ตัวละครหลักคือ Penny พนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานในร้าน เรื่องจึงไม่ได้มีแค่โลกแฟนตาซี แต่ยังเล่าชีวิตของคนที่เข้ามาซื้อความฝันด้วย แต่ละความฝันสะท้อนสิ่งที่ผู้คนต้องการหรือยังคงคิดถึง ระหว่างนั้น Penny ต้องเรียนรู้ว่าความฝันแต่ละแบบมีคุณค่าในตัวเอง เป็นหนังสือที่อ่านง่าย มีทั้งความอบอุ่น สนุก และจินตนาการ เหมาะกับคนที่อยากอ่านอะไรที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลบออกจากชีวิตจริงชั่วคราว เป็นเรื่องที่ชวนกลับมาคิดว่า ถ้าเลือกความฝันได้ เราอยากฝันถึงอะไรกันแน่

WONYOUNG (IVE)

Essential Buddha’s Teachings — Ryunosuke Koike

หนังสือที่วอนยองอ่านและพูดถึง ทำให้ยอดขายพุ่งขึ้นอย่างมากหลังปรากฏตัวในรายการ You Quiz on the Block เนื้อหาในเล่มนี้เป็นการนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาอธิบายใหม่ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน ประเด็นสำคัญคือการไม่ยึดติดกับสิ่งต่าง ๆ จนทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ รวมถึงการมองความโกรธ ความกังวล และความคาดหวังที่เกิดขึ้นในใจ อีกทั้งวอนยองเองก็เคยพูดถึงประโยคเกี่ยวกับการไม่ยึดติดและการดับไฟในใจ เธอยังเล่าว่าหนังสือเล่มนี้ช่วยให้เธอรู้สึกสบายใจเวลาที่เหนื่อยหรือเครียด ซึ่งจะมีแนวคิดให้มาปรับใช้กับเรื่องใกล้ตัว ทั้งการจัดการอารมณ์ การปล่อยวาง และการมองสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างไม่ยึดติดด้วย

JUHOON (CORTIS) 

혼모노 (Honmono) — Seong Hae-na

เล่มนี้ก็รวมเรื่องสั้น 7 เรื่องเช่นกัน ของนักเขียน Seong Hae-na ทุกเรื่องมีแกนร่วมเกี่ยวกับคำถามว่าอะไรคือ “ของจริง” และอะไรคือ “ของปลอม” หนังสือพาไปเจอผู้คนหลากหลาย ตั้งแต่แฟนคลับ ศิลปิน ไปจนถึงคนธรรมดาที่กำลังปะทะกับสังคม บางเรื่องพูดถึงการเป็นแฟนของศิลปินที่มีข่าวด้านลบ และเส้นแบ่งระหว่างความชอบกับศีลธรรม บางเรื่องแตะประเด็นความแตกต่างระหว่างวัย เชื้อชาติ วัฒนธรรม และมุมมองทางสังคม ตัวละครหลายคนต้องตั้งคำถามกับภาพที่ตัวเองสร้างขึ้นและสิ่งที่คนอื่นมองเห็น จึงมีทั้งความเสียดสี อารมณ์ขัน และด้านที่ค่อนข้างมืดของสังคม คำว่า “혼모노” มาจากภาษาญี่ปุ่น 本物 หมายถึง “ของจริง” แต่หนังสือชวนตั้งคำถามต่อว่า ในโลกที่ทุกอย่างสามารถถูกสร้างภาพขึ้นมาได้ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรจริง

KARINA (aespa) 

내게 무해한 사람 (A Person Harmless to Me) — Choi Eun-young

หนังสือรวมเรื่องสั้น 7 เรื่องของนักเขียน Choi Eun-young เรื่องราวต่าง ๆ พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ทั้งเพื่อน คนรัก ครอบครัว และคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต หลายเรื่องเกี่ยวกับช่วงเวลาที่คนสองคนเคยใกล้ชิดกัน ก่อนจะค่อย ๆ ห่างออกไป แต่ความทรงจำและความรู้สึกจากช่วงเวลานั้นยังคงหลงเหลืออยู่ หนังสือจึงไม่ได้เล่าเรื่องความสัมพันธ์แบบหวือหวา แต่สนใจความรู้สึกเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างคนกับคน ทั้งความเสียใจ ความรัก ความเข้าใจผิด และการมองย้อนกลับไปยังตัวเองในอดีต ภาษาของหนังสือขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดและอ่อนโยน ชื่อ 내게 무해한 사람 เองมีความหมายประมาณว่า “คนที่ไม่ทำร้ายฉัน” เป็นหนังสือที่ชวนคิดถึงผู้คนบางคนที่อาจไม่ได้อยู่ในชีวิตแล้ว แต่ยังมีความหมายกับเราอยู่

SEONGHYEON (CORTIS) 

สูญสิ้นความเป็นคน (No Longer Human) — Osamu Dazai

วรรณกรรมญี่ปุ่นคลาสสิกที่เล่าเรื่องผ่านสมุดบันทึกของ Yozo Oba เขาเป็นชายหนุ่มที่รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถเข้าใจมนุษย์และสังคมรอบตัวได้ ตั้งแต่เด็ก เขาจึงใช้การทำตัวตลกและสร้างภาพบางอย่างเพื่อซ่อนความรู้สึกจริงของตัวเอง ยิ่งโตขึ้น ความรู้สึกแปลกแยกและไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของสังคมก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ชีวิตของเขาค่อย ๆ ดำดิ่งไปสู่การดื่ม การเสพติด และความสัมพันธ์ที่ทำร้ายตัวเอง หนังสือชวนให้เราสำรวจเรื่องตัวตน ความโดดเดี่ยว และความรู้สึกว่าไม่สามารถเป็น “มนุษย์แบบที่คนอื่นคาดหวัง” ได้ บรรยากาศของเรื่องมืดและหนักมาก และมีประเด็นเกี่ยวกับการทำลายตัวเองอยู่ตลอด แต่สิ่งที่ทำให้เล่มนี้ทรงพลังคือการพาเข้าไปอยู่ในความคิดของคนที่รู้สึกว่าไม่มีที่ของตัวเองในโลก จึงเป็นหนังสือที่ตั้งคำถามตรง ๆ ว่า “การเป็นมนุษย์” หมายถึงอะไร และเราต้องเป็นแบบไหนถึงจะรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของโลกได้

TEN 

รักไม่ยากหลอก (Ghosts) — Dolly Alderton

Ghosts เป็นนิยายร่วมสมัยที่เล่าเรื่องความรักและการเดตของ Nina Dean ผู้หญิงวัย 30 กว่าชีวิตของเธอกำลังไปได้ดีทั้งเรื่องงานและความสัมพันธ์ จนได้พบกับ Max ผ่านแอปเดต ความสัมพันธ์เริ่มต้นอย่างรวดเร็วและดูเหมือนจะเป็นรักที่ลงตัว แต่เมื่ออีกฝ่ายเริ่มหายไปจากชีวิต เรื่องก็พาไปสำรวจความไม่แน่นอนของความสัมพันธ์ยุคใหม่ หนังสือพูดถึงการเดตออนไลน์ การถูก ghosting และความคาดหวังในความรัก ขณะเดียวกัน Nina ยังต้องรับมือกับความสัมพันธ์ของพ่อแม่ที่กำลังเปลี่ยนไป  ทำให้คำว่า “Ghosts” ไม่ได้หมายถึงผี แต่ยังสื่อถึงคนหรือความสัมพันธ์ที่ทิ้งร่องรอยไว้  มีทั้งความโรแมนติก อารมณ์ขัน และความจริงของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่

MARK LEE 

ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน (The Alchemist) — Paulo Coelho

เรื่องราวของ Santiago เด็กเลี้ยงแกะที่ฝันซ้ำ ๆ ว่ามีขุมทรัพย์อยู่ใกล้พีระมิดในอียิปต์ เขาจึงตัดสินใจออกเดินทางจากบ้านเพื่อตามหาสิ่งที่เห็นในความฝัน ระหว่างทางต้องพบทั้งการสูญเสีย อุปสรรค และผู้คนที่เปลี่ยนมุมมองของเขาต่อชีวิต หนึ่งในแนวคิดสำคัญของเรื่องคือการตามหา “Personal Legend” หรือเส้นทางที่ตัวเองต้องการจริง ๆ หนังสือจึงไม่ได้พูดถึงการค้นหาขุมทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่พูดถึงการกล้าทำตามความฝัน แม้จะไม่รู้ว่าปลายทางจะเป็นยังไง รวมถึงการเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ความรักเองก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง แต่ไม่ได้ถูกวางให้เป็นเหตุผลที่ต้องละทิ้งความฝัน เป็นนิยายที่อ่านง่ายและเต็มไปด้วยข้อคิดเรื่องความฝันกับการค้นหาตัวเอง

GAWON (MEOVV) 

Hunger — Choi Jin-young

Hunger เป็นนิยายเกาหลีที่เล่าเรื่องความรักของ Dam และ Gu คู่รักที่รู้จักกันมาตั้งแต่วัยเด็ก เรื่องเปิดมาด้วยการที่ Dam พบ Gu ถูกฆาตกรรมอยู่บนถนน เธอนำร่างของเขากลับบ้านและตัดสินใจทำบางอย่างสุดโต่งเพื่อไม่ให้เขาจากเธอไปอย่างสมบูรณ์ เรื่องราวสลับระหว่างเสียงของ Dam และ Gu ที่อยู่ในโลกหลังความตาย ผ่านความทรงจำของทั้งคู่ เราได้เห็นความรัก ชีวิตที่ลำบาก และปัญหาทางเศรษฐกิจที่พวกเขาเผชิญ ชื่อ Hunger จึงไม่ได้หมายถึงความหิวทางร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับความต้องการ ความรัก เงิน และการเอาตัวรอด ตัวเรื่องผสมความโรแมนติกเข้ากับความสยองและความเหนือจริงปะปนกันไป พร้อมตั้งคำถามว่า เมื่อเราสูญเสียสิ่งที่รักที่สุด เราจะยอมทำได้ไกลแค่ไหนเพื่อรักษามันไว้ เป็นเล่มที่ค่อนข้างมืดและแรง ใครชอบแนวนี้น่าจะชอบเลย

TAESAN (BOYNEXTDOOR) 

Norwegian Wood — Haruki Murakami

นิยาย coming-of-age ที่เล่าเรื่อง Toru Watanabe ชายหนุ่มซึ่งย้อนกลับไปนึกถึงช่วงวัยมหาวิทยาลัย เรื่องเริ่มต้นจากเพลง “Norwegian Wood” ที่ทำให้เขาหวนคิดถึงอดีตและความสูญเสีย Toru มีความสัมพันธ์สำคัญกับ Naoko หญิงสาวที่เชื่อมโยงกับอดีตของเขาอย่างลึกซึ้ง
หลังการสูญเสียเพื่อนสนิท ทั้งคู่ต้องเผชิญกับความเศร้าและความรู้สึกที่พูดออกมาได้ยาก ขณะเดียวกัน Toru ยังได้พบ Midori ซึ่งมีบุคลิกและมุมมองต่อชีวิตแตกต่างออกไป เรื่องจึงค่อย ๆ กลายเป็นการเดินทางระหว่างความรัก ความสูญเสีย และการเติบโต บรรยากาศเต็มไปด้วยความเหงา ความทรงจำ และความไม่แน่นอนของวัยหนุ่มสาว ไม่ได้เป็นนิยายรักหวาน ๆ แต่พูดถึงความสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่ตัวละครกำลังเรียนรู้