6 เรื่อง 6 มู้ด อัปเดตลิสต์หนัง-ซีรีส์ไทยน่าดูช่วงนี้

ช่วงนี้วงการซีรีส์และหนังไทยคึกคักกว่าที่คิด เพราะมีทั้งเรื่องใหม่และโปรเจกต์น่าจับตาทยอยปล่อยออกมาแบบรัวๆ จนเลือกดูกันแทบไม่ถูก NYLON เลยรวบมาให้แล้วกับ 6 เรื่อง 6 มู้ด ที่มีทั้งเรื่องกำลังฮิตและเรื่องที่หลายคนกำลังรอคอย เผื่อใครกำลังมองหาลิสต์ดูยาวๆ ในช่วงนี้ เซฟโพสต์นี้ไว้ได้เลย ✨

ทนายปีศาจ

นี่คือหนึ่งในซีรีส์ไทยที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตอนนี้ ล่าสุดติดอันดับ 5 Netflix Global และพอดูแล้วก็เข้าใจทันทีว่าทำไมหลายคนถึงดูรวดเดียวจบ

เรื่องเริ่มจาก “เมฆ” ทนายหนุ่มที่เชื่อว่ากฎหมายควรเป็นที่พึ่งของคนบริสุทธิ์ แต่ชีวิตกลับพลิกจากคนว่าความให้คนอื่น กลายเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมเสียเอง เมื่อระบบที่เคยศรัทธาเริ่มหันหลังให้ ทางรอดเดียวของเขาคือการจับมือกับ “จิตตรี” ทนายความหญิงผู้ได้ฉายา ‘ทนายปีศาจ’  คนที่ขึ้นชื่อว่าไม่สนว่าลูกความผิดหรือถูก ขอแค่ชนะคดีก็พอ

ระหว่างดูมีหลายช่วงที่ทำให้รู้สึกว่า เรากำลังดูเกมจิตวิทยามากกว่าซีรีส์ศาล เพราะทุกคำให้การ ทุกหลักฐาน และทุกช่องโหว่ของกฎหมาย สามารถเปลี่ยนชะตาของคนๆ หนึ่งได้ในพริบตา ยิ่งเรื่องเดินหน้า

ถ้าชอบซีรีส์ทนายเกาหลี เรื่องนี้น่าจะให้ความรู้สึกคล้ายกันในแง่ของความเข้มข้นและเกมกฎหมาย แต่เรื่องนี้จะเป็นการหยิบประเด็นที่ใกล้ตัวคนไทยมาเล่า หลายคดีดูแล้วชวนให้นึกถึงข่าวที่เคยเป็นกระแส จนยิ่งทำให้เรื่องราวดูสมจริง และกลายเป็นมากกว่าซีรีส์กฎหมาย แต่เป็นซีรีส์ที่ชวนมองย้อนกลับมาที่สังคมไทยด้วยเหมือนกัน

📺 ออนแอร์ทาง Netflix ครบแล้วทุกตอน

พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) 

เรื่องนี้เล่าอีกด้านหนึ่งของชีวิตคนทำงาน ผ่านสายตาของ “เฟรน” พนักงานฝ่าย HR ที่มีหน้าที่สัมภาษณ์ผู้สมัครงานใหม่ทุกวัน ขณะที่ตัวเธอเองกลับกำลังเผชิญคำถามใหญ่ที่สุดในชีวิต เมื่อค้นพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ และเริ่มไม่แน่ใจว่าโลกแบบนี้ เหมาะกับการต้อนรับชีวิตใหม่จริงหรือไม่

ระหว่างที่เธอนั่งถามผู้สมัครว่า “ทำไมถึงอยากทำงานที่นี่” หนังกลับค่อย ๆ ชวนคนดูตั้งคำถามกลับว่า จริง ๆ แล้ว คนเรากำลังเลือกงาน หรือกำลังพยายามเอาชีวิตรอดกันแน่

สิ่งที่น่าสนใจคือ หนังไม่ได้พยายามสร้างดราม่าใหญ่โต แต่ใช้บทสนทนาธรรมดา ห้องสัมภาษณ์เล็ก ๆ และเรื่องราวของผู้สมัครแต่ละคน มาสะท้อนความกดดันของคนวัยทำงาน ทั้งความไม่มั่นคง ความฝันที่ต้องพับเก็บ ความคาดหวังของครอบครัว บางบทสนทนาก็รีเลทในชีวิตจริงมากๆ

สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มทำงาน เปลี่ยนงาน หรือเคยนั่งอยู่ในห้องสัมภาษณ์ไม่ว่าจะฝั่งผู้สมัครหรือ HR หนังเรื่องนี้อาจทำให้รู้สึกว่า บางครั้ง คำถามที่ยากที่สุดในชีวิต ไม่ใช่ “คุณมีประสบการณ์อะไร” แต่คือ “คุณอยากใช้ชีวิตแบบไหน” มากกว่า

📺 ออนแอร์ทาง Netflix ครบแล้วทุกตอน

Ticket to Heaven (เด็กชายไม่ไปสวรรค์)

อีกหนึ่งการกลับมาที่แฟน ๆ รอคอยของ เจมีไนน์–โฟร์ท เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่พาทั้งคู่ก้าวออกจากบทบาทเดิม ๆ ผ่านเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ต้องเลือกระหว่างความศรัทธาต่อพระเจ้า กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในหัวใจ

เริ่มจากเรื่องราวของ “แทนรัก” เด็กหนุ่มที่เติบโตมาในโรงเรียนคริสต์และตั้งใจจะเดินตามเส้นทางนักบวช เพราะเชื่อว่านั่นคือทางที่จะทำให้เขาได้พบพ่อแม่อีกครั้งบนสวรรค์ แต่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเขาได้รู้จักกับ “บาร์ธ” เด็กใหม่ผู้เต็มไปด้วยบาดแผลในใจ ความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น กลับทำให้แทนรักต้องเผชิญกับคำถามที่ยากที่สุดในชีวิต ระหว่าง “ความศรัทธา” กับ “ความรู้สึกของตัวเอง”

ถึงจะเป็นซีรีส์แนว BL แต่หลายคนมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้เล่าแค่ความรัก หากยังพูดถึงการค้นหาตัวตน ความกดดันจากความคาดหวัง และการตั้งคำถามกับสิ่งที่เราเชื่อมาตลอด โดยใช้ฉากหลังเป็นโรงเรียนและโบสถ์ทางศาสนา ซึ่งทำให้บรรยากาศและประเด็นของเรื่องแตกต่างจากซีรีส์วัยรุ่นทั่วไป

ถ้าใครกำลังมองหาซีรีส์ที่ไม่ได้มีแค่โมเมนต์โรแมนติก แต่ยังชวนตั้งคำถามกับชีวิต ความศรัทธา และการเป็นตัวของตัวเอง Ticket to Heaven เป็นอีกเรื่องที่ดูแล้วน่าจะมีอะไรให้คิดต่อหลังจบแต่ละตอนแน่นอน

📺 ออนแอร์ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ที่แอปพลิเคชัน Viu

WU The Series

ถ้าใครชอบซีรีส์ BL แฟนตาซี เรื่องนี้น่าจะเป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ เรื่องเริ่มจาก พีท ผู้ชายธรรมดาที่ชีวิตเหมือนดวงซวยตลอดเวลา ก่อนจะรู้ว่าความโชคร้ายทั้งหมดอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะวันหนึ่งเขาเริ่มมองเห็น “เย่า” สิ่งเหนือธรรมชาติที่คอยเกาะกินและดูดกลืนพลังชีวิตของผู้คน ซึ่งปกติคนทั่วไปจะมองไม่เห็น จนได้มาเจอกับ นิรันดร์ หนึ่งใน “อู” กลุ่มผู้มีพลังพิเศษที่มีหน้าที่ตามล่าและกำจัดเย่า พร้อมคอยรักษาสมดุลของโลกเหนือธรรมชาติ และนั่นก็ทำให้พีทถูกดึงเข้าไปในโลกอีกใบที่ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง

ถึงแกนหลักเนื้อเรื่องจะเป็นการต่อสู้กับโลกเหนือธรรมชาติ แต่สิ่งที่หลายคนตกหลุมรักอีกเหมือนกันก็คือเคมีของ สกาย-นานิ ด้วยเหมือนกัน เพราะความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อย ๆ พัฒนาไปตามเหตุการณ์ ดูแล้วเลยรู้สึกเป็นธรรมชาติ และยิ่งเชียร์ก็ยิ่งอิน

📺 ออนแอร์ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ที่แอปพลิเคชัน Viu

ภาพลวงตาย

แค่พล็อตก็น่าสนใจแล้วสำหรับ ภาพลวงตาย ซีรีส์จิตวิทยา-ระทึกขวัญที่ค่อย ๆ ดึงเราเข้าไปอยู่ท่ามกลางความไม่แน่ใจ ว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เห็น สิ่งที่จำได้ และสิ่งที่คนทั้งหมู่บ้านเชื่อ มันคือความจริง หรือเป็นเพียง “ภาพลวง” ที่ถูกประกอบขึ้นมา

เรื่องเล่าถึง ครูสาว ที่ต้องกลับบ้านมาปกป้องพ่อของตัวเอง หลังพ่อที่กำลังป่วยด้วยภาวะสมองๆเสื่อมกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง แต่ยิ่งเธอพยายามค้นหาความจริง ก็ยิ่งเจอกับปริศนาใหม่ ทั้งความทรงจำที่เริ่มเลือนราง ความลับในอดีต และเรื่องเล่าของคนในชุมชน

อีกอย่างที่สะดุดตั้งแต่ทีเซอร์คือการแสดงของนักแสดงทั้งทีม แต่ละคนแทบไม่ต้องพูดเยอะก็ส่งอารมณ์ผ่านสีหน้าและแววตาได้เลย โดยเฉพาะ แต้ว ณฐพร  ที่ถ่ายทอดทั้งความหวาดระแวงและความกลัว ขณะที่นักแสดงคนอื่น ๆ ก็มีสายตาและสีหน้าที่เหมือนกำลังซ่อนอะไรไว้ตลอดเวลา จนดูแล้วเริ่มไม่แน่ใจว่าในเรื่องนี้จะเชื่อใครได้บ้าง แค่ทีเซอร์ก็ทำให้บรรยากาศกดดันและชวนสงสัยตั้งแต่ต้นเลย

📺 ออนแอร์ทาง Netflix ยังไม่ได้ประกาศวันออนแอร์อย่างเป็นทางการ

คนเดือดทวงแค้น 

ตั้งแต่ Netflix เปิดไลน์อัปปี 2026 ชื่อของ The Debt Collector ก็เป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดทันที ไม่ใช่เพราะพล็อตล้างแค้นอย่างเดียว แต่เพราะนี่คือการเปลี่ยนภาพจำของ การแสดงของณเดชน์ที่ดูเปลี่ยนไปมาก ทั้งลุคที่โทรม สีหน้า แววตา และบรรยากาศของตัวละครที่ดูแบกเรื่องราวไว้เต็มตัว จนหลายคนบอกว่าแค่เห็นทีเซอร์ก็รู้สึกได้เลยว่านี่น่าจะเป็นอีกบทที่ท้าทายที่สุดของเขา

ตัวละครหลักเคยทำงานให้กับเครือข่ายเงินกู้นอกระบบ เคยใช้ความรุนแรง เคยทำให้ชีวิตของใครหลายคนพังลง และหลังพ้นโทษจากเรือนจำ เขากลับพบว่าตัวเองป่วยระยะสุดท้าย เดินกลับเข้าไปในโลกเดิมอีกครั้ง เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับเหยื่อของวงจรหนี้ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นฟันเฟืองของมัน

อีกเหตุผลที่ทำให้หลายคนจับตา คือโทนของหนังที่ดูจริงจังและดิบกว่างานก่อน ๆ ของณเดชน์ จากภาพแรกที่ปล่อยออกมา หลายคนในโซเชียลพูดถึงลุคที่ดูโทรม เหนื่อย และแตกต่างจากภาพจำเดิมอย่างชัดเจน

ปลายเดือนกรกฎานี้รอชมได้เลย เพราะจะกลายเป็นอีกหนึ่งในโปรเจกต์ที่หลายคนจับตามองตั้งแต่ยังไม่ออกฉายจริง สำหรับคนที่ชอบเรื่องราวตัวละครสีเทา ๆ ที่มีมิติ และชวนให้ตั้งคำถามกับการตัดสินใจของมนุษย์ เรื่องนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่ารอคอยในครึ่งปีหลังนี้เลย

📺 ออนแอร์ทาง Netflix วันที่ 23 กรกฎาคมนี้