FAVIQ บอยกรุ๊ปน้องใหม่ที่เปลี่ยนความซนให้เป็นพลังงานความสนุกสำหรับ VI8ES
“ถ้าใครชอบรอยยิ้มที่อบอุ่น พ่อหนุ่มยิ้มหวาน ก็เมนพี่เนเมสเลยครับ ถ้าใครชอบพ่อหนุ่มหัวแดง หัวไฟ แบ๊ววี่ ก็เชิญพี่บลิ้งค์เลยครับ ถ้าฮอตเนิร์ดก็ต้องพี่ภีมช์ ถ้าใครชอบหนุ่มตี๋ กล้ามโต ตาขีด เจฟฟรี่เลยครับ ใครชอบหนุ่มหน้าหวาน คาวาอี้ ก็เชิญโจอี้เลยครับ ส่วนใครที่ชอบเด็กน้อยที่ดูชินจัง ก็ฐานเลยครับ ส่วนน้องสไปเดอร์แมนของเราก็คือเชว่า น้องเล็กสุด มักเน่น้อยของเรา น้องเซนครับ”
ย่อหน้าข้างบนคือคำแนะนำตัวและคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันของสมาชิกทั้ง 8 จาก FAVIQ บอยกรุ๊ปน้องใหม่จาก GNEST ซึ่งประกอบด้วย เนเมส – เช้าวันใหม่ บุญชะลักษี, บลิ้งค์ – ณิชพน ไพฑูรย์พงษ์, ภีมช์ – กฤษฏ์ ศตพรวรากุล, เจฟฟรี่ – กิตติ์ธริทธิ์ พรเทพารักษ์, โจอี้ – กิตติ์นรัตน์ พรเทพารักษ์, ฐาน – ชนสิษฎ์ หัสกิจ, เชว่า – ชวณัฐ วานิชนาม และ เซน – วิชญ์พล ภัทรสาทร ที่เพิ่งเปลี่ยนสถานะจากเทรนนีมาเป็นศิลปินเต็มตัว พร้อมเดบิวต์ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาด้วย ‘Your FAV’ เพลงสนุกๆ เมโลดีติดหู ที่เป็นการแนะนำให้แฟนเพลงได้รู้จักกับพวกเขา ก่อนจะตามด้วย ‘Before You Go (ถ้าเธอจะไป)’ ซิงเกิลที่สองที่สลับมูดมาเป็นเพลงช้าที่เข้าใจวัยรุ่นอกหัก
พวกเขาเล่าว่า ชื่อ FAVIQ มีที่มาจาก Freaking Awesome Vibes เพราะอยากให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความสนุกและพลังงานบวกจากพวกเขาที่ตั้งใจในทุกงาน เพื่อมอบความสุขตอบแทนให้กับ ‘VI8ES’ หรือแฟนคลับของ FAVIQ นั่นเอง
ตั้งแต่เดบิวต์จนถึงตอนนี้ มีเรื่องอะไรที่คิดว่าเหมือนหรือต่างจากที่เคยคิดไว้บ้างไหม
เนเมส: สิ่งที่คิดว่าเหมือนเดิมตั้งแต่ตอนเป็นเทรนนีจนถึงเป็นศิลปินก็คือ การที่เราต้องฝึกซ้อมทุกวัน แล้วก็พัฒนาตัวเองเรื่อยๆ ทำให้ตัวเองเก่งขึ้น และคุมมาตรฐานนี้ให้ได้ตลอด แต่สิ่งที่ต่างไปก็คือแฟนคลับ การที่พวกเรา FAVIQ ได้ขึ้นไปบนเวทีแล้วโชว์เพลงให้กับแฟนๆ ดู แฟนๆ ที่พวกเราได้เจอ ได้เห็นรอยยิ้มเขา ได้ยินเสียงเชียร์เขา มันยิ่งใหญ่กว่าที่เราพวกเราคิดไว้มากๆ
เซน: สิ่งที่เหมือนเดิมตั้งแต่ก่อนเดบิวต์ก็คือ การที่เราต้องซ้อมและอยู่ด้วยกัน 8 คน เรามีความสุขและสนุกกับทุกๆ วันที่ได้เจอกัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือ ตอนแรกผมคิดว่าเดบิวต์มาแล้วจะเครียด ต้องทำงาน ต้องทำนู่นทำนี่ที่เราอาจจะเสียตัวตนไป แต่พอได้ทำงานด้วยกัน 8 คน มันสนุก ไม่เครียดเหมือนที่คิดไว้ หรืออย่างเวลาเจอคอมเมนต์ที่ไม่ดี เราก็ผ่านไปได้ แล้วก็ยังสนุกกับทุกๆ วันอยู่
เชว่า: ตอนเป็นเทรนนี เป้าหมายที่คิดไว้ก็คือการเดบิวต์ ความคาดหวังเรื่องนี้สูง ตอนแรกก็คิดว่าจะเครียดเหมือนอย่างที่เซนบอก แต่พอได้ทำงานจริงๆ อาจจะเพราะพวกเรา 8 คนสนิทกันมากๆ แล้วเราอยู่ด้วยกันทุกวัน ซึ่งมันมีความสุข เลยทำให้รู้สึกว่าการทำงานทุกวันไม่ได้เหมือนต้องลากตัวเองมาทำงาน แต่เหมือนอยากมาเจอเพื่อนๆ อยากมาเจอคนดู
ฐาน: หลังเดบิวต์จะมีเรื่องที่รู้สึกว่าไม่เหมือนกัน อย่างแรกก็คือเรื่องแฟนคลับ เพราะพอคนดูเราเริ่มเยอะขึ้นๆ ทุกสเตจ ผมรู้สึกว่ามันจะมีความตื่นเต้นที่ไม่เหมือนกัน อย่างช่วงที่ผ่านมาจะมีช่วงที่เราโชว์อาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง ได้เจอผู้คนจนเริ่มชิน แต่พอห่างไป เราก็จะแอบตื่นเต้นเวลาจะขึ้นโชว์ใหม่ แล้วแฟนคลับเขาตั้งใจดูเรามากจริงๆ เราก็ยิ่งอยากทำสิ่งนั้นอย่างเต็มที่เพื่อคนที่รอดูเรา
ภีมช์: ที่จริงเป็นเรื่องความคาดหวังของตัวผมเองด้วย เคยคิดว่าพอเราเดบิวต์แล้วต้องโตขึ้นมาก ต้องเริ่มทำงานจริงจัง แต่พอเดบิวต์มาจริงๆ ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้ต่างกับตอนที่เป็นเทรนนีมากขนาดนั้น เราฝึกซ้อมกันหนักอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เกินคาดมากๆ คือแฟนคลับ อย่างตอนที่เป็นเทรนนี เราสนใจแค่การฝึกซ้อม การที่เราจะเป็นศิลปิน แต่พอมีแฟนคลับมากขึ้น มันเป็นอะไรที่พิเศษมากๆ
บลิ้งค์: ก่อนเดบิวต์เราโฟกัสที่การฝึกซ้อมและการเตรียมตัวให้ดีที่สุด เพื่อให้พร้อมสำหรับวันที่เราจะได้ยืนบนเวทีจริงๆ แต่หลังเดบิวต์ เราไม่ได้ซ้อมเพื่อตัวเองเท่านั้นแล้ว แต่เรายังต้องซ้อมเพื่อแฟนคลับทุกคน ต้องมีความรับผิดชอบให้เขา เพราะเขาอุตส่าห์มาดูเราแล้ว เราต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
เจฟฟรี่: สิ่งที่เหมือนเดิมก็คือ energy ของพวกเราที่เป็นอย่างนี้ตั้งแต่วันแรกที่เรารวมตัวกัน มีความเป็นผู้ชายดื้อๆ ซนๆ ซึ่ง energy ไม่เคยเปลี่ยน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับผมก็คือเรื่องการทำงาน ตอนเป็นเทรนนีและก่อนเดบิวต์ เรามีไปออกงานบ้าง ก็เป็นการเรียนรู้ระหว่างทาง พอเป็นศิลปินเต็มตัวจริงๆ การเรียนรู้ก็ทำให้การทำงานเราดูดีขึ้น
โจอี้: ผมว่าความรู้สึกตอนซ้อมมันต่างกัน ก่อนเดบิวต์เราซ้อมเพื่อเพิ่มสกิลตัวเอง ซึ่งจริงๆ ตอนนี้เราก็ยังทำอยู่ แต่พอเดบิวต์แล้ว เราซ้อมเพื่องาน ฟีลมันก็จะต่างกัน อีกอย่างผมรู้สึกว่าต่างก็คือเรื่องแฟนคลับ ซึ่งทุกคนพูดไปหมดแล้ว (หัวเราะ)
ถ้ามองตัวเองว่าเป็นวงที่ดื้อๆ ซนๆ แล้วในวงนี้ คิดว่าใครซนสุด
FAVIQ: เซนครับ
อย่างเวลาอยู่กัน 8 คน ถ้าไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วย บรรยากาศจะเป็นแบบไหน
ภีมช์: เสียงดังมาก ดังเกินกว่าที่จะจินตนาการได้
ฐาน: ดื้อมาก ซนมาก แต่ไม่ได้เกินขอบเขตนะ ก็ตามวัย แต่ก็สุดขีด
FAVIQ: ใครเปิดปุ๊บ พวกเราตาม (หัวเราะ)
เคยคิดไหมว่าเพลงเดบิวต์ของเราจะออกมาเป็นแนวไหน
เชว่า: ตอนแรกนึกว่าเพลงเดบิวต์ของพวกเราจะออกมาเป็นฟีลเต้นโหดๆ ไม่ได้คิดว่าจะมาทรงนี้ แต่พอได้ฟังจริง มันก็เป็นตัวตนของพวกเราดี
บลิ้งค์: ฟังแล้วมันมีแต่พลังบวก มีแต่ความสนุกของพวกเรา
อะไรบ้างที่เราชอบเกี่ยวกับเพลงนี้
เซน: ชอบความแปลกใหม่ของเพลงนี้ ใน T-Pop ช่วงนี้ เราไม่ค่อยได้เห็นเพลงแบบนี้เท่าไร ก็ถือว่าเพลงเรามาแปลก ทำให้ติดหูคนฟังได้ แค่คนฟังรู้สึกแบบนั้นเราก็ดีใจมากๆ แล้ว
เชว่า: ชอบที่เพลงเราติดหูคนฟัง และเป็นเพลงใหม่แบบเก่าแต่ใหม่ และชอบที่เพลงกับตัวตนของเรามันแมตช์กัน เพราะเราเป็นบอยกรุ๊ปที่ energy ล้นมาก ตอนที่ถ่ายเอ็มวีเพลงนี้ บรรยากาศเหมือนเราอยู่ในห้องซ้อม เหมือนพวกเราเป็นเด็กที่ได้มาทำในสิ่งที่ตัวเองรักจริงๆ ก็เลยรู้สึกว่าเพลงและเอ็มวีดึงตัวตนเราออกมาได้สุดๆ
เจฟฟรี่: ถ้าพูดในเชิงดนตรี ผมชอบเมโลดีของท่อนฮุก ผมรู้สึกว่าเมโลดีตรงนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เพลงติดหู
โจอี้: ผมชอบตรงที่มันเป็นเพลงเดบิวต์ที่แตกต่าง เราใช้เพลงในการโชว์ตัวตนของพวกเราเอง
ฐาน: ผมชอบที่เพลงนี้มันเหมือนเพลงที่ใช้เวลาหนังจบ เครดิตทีมงานขึ้น บรรยากาศของเพลงนี้มันเป็นแบบนั้น
เนเมส: ผมชอบทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการร้อง การเต้น หรือการที่พวกเราได้ยืนบนเวทีและโชว์เพลงนี้ให้แฟนคลับดู จริงๆ ผมว่ามันไม่ใช่แค่เพลง แต่เป็นช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับทุกคนมากกว่า
Vibe ของความเข้ากันได้นี้เกิดขึ้นตั้งแต่แรกที่รู้ว่าจะต้องเป็นศิลปินด้วยกันเลยไหม
เจฟฟรี่: ที่จริงเราอยู่ในระบบการฝึกเดียวกัน ถึงจะไม่ได้รวมตัวกันตั้งแต่แรก แต่ก็มีความอยากมารวมตัวกันอยู่แล้ว ตอนแรกจะเป็น 6 คนนี้ก่อน แล้วผมกับโจอี้มาทีหลัง เพราะค่ายเห็นภาพว่าในวงการยังไม่ได้มีบอยกรุ๊ปที่มีฝาแฝดในวง แต่ก่อนหน้านี้เราเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว พอมารวมตัวกัน ทำงานด้วยกัน ก็เลยเข้ากันได้ ไม่ได้ติดขัดอะไร
จาก ‘Your FAV’ ที่เป็นเพลงแรก มาถึง ‘Before You Go’ ที่เป็นซิงเกิลที่ 2 ซึ่งเป็นเพลงช้า อยากให้เล่าถึงเพลงนี้บ้าง
ฐาน: เพลง Before You Go คือการที่เรายอมปล่อยคนที่เรารักไปตามเส้นทางที่เขาเลือก แต่ก่อนที่เขาจะไป มีสิ่งหนึ่งที่เราอยากขอคืน ก็คือหัวใจของเราที่เคยมอบให้ เราขอคืนกลับมาเพื่อปกป้องความรู้สึกตัวเองก่อนที่จะเจ็บไปมากกว่านี้
ภีมช์: เราอยากได้เพลงช้าที่พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ แต่ก็ยังอยากให้อยู่ในวัยของเรา มีความเป็นแก๊งเพื่อน
บลิ้งค์: เอ็มวีจะเล่าถึงเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความรัก จนถึงตอนที่ผู้หญิงที่เรารักเลือกที่จะจากไป โดยเล่าผ่านลูกโป่งหัวใจที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของความรู้สึกที่ยังผูกติดกันอยู่
ถ้าวัดเป็นสเกลความเศร้า 0 ถึง 10 เพลงนี้ให้ระดับความเศร้าประมาณเท่าไร
เฟวิค: ประมาณ 7
เท่าที่ฟัง ดูเหมือนเอ็มวีนี้แต่ละคนต้องใช้ทักษะการแสดงเพิ่มขึ้นด้วยหรือเปล่า
เจฟฟรี่: ใช่ครับ เอ็มวีนี้ค่อนข้างยากกว่าเอ็มวีแรกมากๆ เพราะเพลงแรกเราเป็นตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ แอกติงกับกล้องสนุกๆ พอเพลงนี้เปลี่ยนมูดเป็นเพลงเศร้า ซึ่งเราก็ไม่ได้เป็น sad boy กันขนาดนั้น ก็อาจจะขัดกับ energy ของเรานิดหนึ่ง แต่ก็แอกติงไปตามเพลง แต่ก็ยังมีความเป็นพวกเราอยู่เหมือนเดิมด้วย
มีใครที่เคยมีประสบการณ์รีเลตกับเพลงนี้บ้างหรือเปล่า
เซน: จริงๆ ทุกคนมีหมด (หัวเราะ)
โจอี้: ผมว่ามันเป็นเพลงที่หลายคนในวัยเราสามารถรีเลตได้
เจฟฟรี่: แอดเข้าเพลย์ลิสต์เพลงเศร้าได้เลย
ถ้าคนฟังเป็นคนที่อกหักอยู่ล่ะ…
FAVIQ: เข้าเส้นครับ ร้องไห้ได้เลย
ตอนนี้ FAVIQ ก็มีชื่อแฟนด้อมแล้ว คือ VI8ES อยากให้พูดถึงชื่อนี้
FAVIQ: เราช่วยกันคิดหลายชื่อ แต่มีไอเดียหนึ่งที่เป็นคำนี้ เราก็เลยลองปรับกันจนเป็น VI8ES เราเปลี่ยนจาก B เป็นเลข 8 เพราะพวกเรามีกัน 8 คน ซึ่งตอนที่คิดชื่อวง ชื่อนี้ก็เป็นชื่อหนึ่งที่เคยคิดกัน เวลาอยู่บนเวที เราจะพูดว่า Freaking Awesome แล้วให้แฟนๆ พูดต่อว่า VI8ES
เวลาไปเจอแฟนคลับตามงานต่างๆ FAVIQ ส่งพลังให้กับแฟนคลับทุกครั้ง แล้วตัว FAVIQ เองรู้สึกถึงพลังที่ได้รับจากแฟนคลับด้วยไหม
FAVIQ: รู้สึกทุกครั้งเลยครับ
เซน: พวกเราอยากโชว์ทุกๆ วัน เพราะทุกครั้งที่โชว์ เราได้รับพลังจากแฟนคลับ
โจอี้: มีช่วงหนึ่งที่เราห่างหายจากการโชว์ แล้วพอเราได้กลับมาโชว์ต่อหน้าแฟนคลับ ความรู้สึกตอนนั้นมันสุดยอดมากๆ มัน fulfilled มากเลย เวลาที่ได้เจอทุกคน ได้โชว์ต่อหน้าแฟนคลับ มันเป็นความรู้สึกที่เตือนให้เราจำได้ว่าเราทำงานตรงนี้เพื่ออะไร
สิ่งที่ยากที่สุดในการเป็นศิลปินสำหรับแต่ละคนในตอนนี้คืออะไร
เนเมส: ผมว่าสิ่งที่ยากสุดก็คือการที่เราต้องคุมมาตรฐานแบบนี้ และทำให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซ้อม การเปิดรับสิ่งใหม่ ความพร้อมที่จะพัฒนาตัวเอง และการที่เราเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด
โจอี้: ผมคิดว่าเรื่องยากก็คล้ายๆ ที่พี่เนเมสพูด ที่บอกว่าต้องรักษามาตรฐานในการเป็นศิลปิน เวลาอยู่บนเวทีก็ต้องทำให้เก่งขึ้นในทุกครั้ง ถึงแม้จะมีวันที่เราท้อ เราเหนื่อย เราเจ็บตัว ร่างกายไม่อยากขึ้นเวที แต่เราก็ไม่สามารถให้แฟนคลับเห็นได้ ต้องรักษามาตรฐานของศิลปินเพื่อมอบความสุขให้กับคนดูให้ได้ เรื่องยากก็คือความสม่ำเสมอในเรื่องนี้
เซน: ผมว่าเรื่องยากที่สุดคือการที่เราต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของทุกคน เป็นไอดอล แล้วสิ่งที่หนักสำหรับผมก็คือคอมเมนต์จากคนอื่น พอเราเป็นศิลปิน เห็นคอมเมนต์แล้วคิดมาก เครียด แต่ถ้าเรายอมรับและเข้าใจมันได้ ก็จะผ่านไปได้ด้วยดี เพราะทุกคอมเมนต์คือความหวังดีที่เขามีให้เรา
บลิ้งค์: ของผมเป็นเรื่องการปรับตัว กับเวลาบางทีเราอาจจะต้องนอนดึก หรือต้องตื่นเช้ามากๆ
ภีมช์: ของผมเป็นเรื่องความคาดหวังในตัวเอง พอไปทำงานบ่อยๆ เราจะรู้สึกว่าไม่อยากให้มีงานไหนที่ทำให้แฟนคลับผิดหวังเลย ไม่ว่าจะเรื่องโชว์หรือการแสดงสีหน้าของเรา อย่างถ้าเราลืมมองเขาแค่แป๊บเดียว ผมจะรู้สึกนอยด์มาก รู้สึกเหมือนเราทำพลาดไป
ฐาน: สำหรับผมมีเรื่องที่ไม่ได้มองว่ายาก แต่คิดว่าศิลปินควรมี ก็คือเรื่องเวลา เพราะการที่เราเป็นศิลปินและเป็นแบบอย่างให้คนอื่น การที่เรามาตรงเวลาหรือก่อนเวลาได้ถือว่าเป็นเรื่องดี เราอาจจะรับรู้งานก่อนได้ รู้สถานการณ์ก่อนได้ เวลาเป็นเรื่องสำคัญกับทุกสายอาชีพ แล้วยิ่งเราเป็นบอยกรุ๊ป ถ้าเกิดคนหนึ่งมาสาย ก็จะมีผลต่อคนอื่น
เชว่า: ส่วนตัวผมไม่รู้สึกว่ามีอะไรยาก เพราะสุดท้ายถ้าเรามีความสุขกับมัน เราก็จะก้าวข้ามทุกอย่างได้ ขอแค่เราสนุกกับสิ่งที่ทำ
เจฟฟรี่: ผมรู้สึกว่าการเดบิวต์ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เรายังต้องพัฒนาตัวเองอีกไกลหลังจากนี้ ในวงการยังมีอีกหลายคน ยังมีรุ่นพี่ที่เก่งมากจริงๆ เลยรู้สึกว่าเรายังสามารถพัฒนาตัวเองให้ถึงระดับพวกเขาได้ หรือถ้าอนาคตเราจะไประดับโลก ตีตลาดกว้างกว่านี้ เราก็ควรที่จะมองเป้าหมายให้มันกว้างขึ้น
รู้สึกอย่างไรเวลาคนดูชมว่า performance ของวงนี้โหดมาก
ฐาน: ผมว่าเราก็ยังเทียบกับวงอื่นๆ ไม่ค่อยได้นะ แต่อาจจะเพราะเราเห็นกันเองเยอะ เลยเห็นจุดผิดพลาดของพวกเราเอง
เจฟฟรี่: แล้วบางทีมันอาจจะดีกว่านี้ตอนเราอยู่ในห้องซ้อม แต่คนดูเขาไม่ได้เห็นเราตอนนั้น
พูดถึงสิ่งที่ยากไปแล้ว มาพูดถึงสิ่งที่ชอบบ้าง เรื่องที่แต่ละคนชอบที่สุดในการเป็นศิลปินคืออะไร
เนเมส: สำหรับผมคือการขึ้นเวที ผมเป็นคนชอบเพอร์ฟอร์มอยู่แล้ว การที่ได้อยู่บนเวทีเลยได้โชว์ความเป็นตัวเรามากที่สุดต่อหน้าทุกคน
เซน: การได้ทำสิ่งที่เรารัก เป็นสิ่งที่เป็นความฝันมาตั้งแต่เด็ก พอได้ไปทำทุกวันก็ยิ่งสนุก ยิ่งอยากจะทำต่อไปเรื่อยๆ
เชว่า: ชอบอยู่ต่อหน้าคนดู ชอบอยู่บนเวที เพราะเป็นที่ที่ได้เป็นตัวเองมากที่สุด จริงๆ เป็นคนที่ถ้าให้ไปทำอะไรหน้าห้องเรียนจะไม่ค่อยชอบ แต่ถ้ามีเพลง ได้จับไมค์ ได้อยู่บนเวที ได้ทำให้คนดูรู้สึกในสิ่งที่เรารู้สึก แบบนั้นผมชอบ
ฐาน: ของผมน่าจะเป็นการได้เจอแฟนคลับ ผมว่าแฟนคลับเราน่าเอ็นดูดี น่าแกล้ง บางคนยืนถ่ายรูปเราแล้วไม่พูดอะไร เขินๆ ก็รู้สึกว่าน่าแกล้ง แล้วการที่เขามาซัปพอร์ตเรา มันมีความหมายกับเรามากจริงๆ เวลาเราโชว์ เราให้เขาเต็มที่ เขาก็ส่งกลับมาให้เราเต็มที่เหมือนกัน
ภีมช์: ของผมมันคือการทำให้ภาพในหัวเป็นจริงขึ้นมา ผมเป็นคนชอบจินตนาการมาตั้งแต่เด็กๆ คิดไว้ว่าถ้าเป็นศิลปินจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แล้วพอได้มาเป็นจริงๆ รู้สึกว่าฟิน อยากจะจินตนาการต่อไปอีก
บลิ้งค์: ผมว่าอาชีพศิลปินเป็นอาชีพที่บริสุทธิ์ ต่อยอดได้หลายทาง และดูแลครอบครัวได้ ทำให้พ่อแม่ภูมิใจด้วย
โจอี้: ผมชอบตรงที่มันคือการมอบความสุขให้แฟนคลับและตัวเองด้วย การเป็นศิลปินเป็นสิ่งที่ผมทำแล้วมีความสุข ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าผมมีความสุขกับตรงนี้ ก็มีแฟนคลับที่แฮปปีไปกับสิ่งที่ผมทำด้วย
เจฟฟรี่: ผมชอบเวลาที่ได้เจอคนดู เพราะเขาเอนจอยและแฮปปีกับสิ่งที่เราตั้งใจซ้อมมาและมอบให้เขา มันเป็นความรู้สึกที่สามารถเข้าใจได้ในเวลาที่เราได้อยู่บนเวทีจริงๆ และได้เห็นคนดูที่มีความสุขไปกับเรา
FAVIQ มีเป้าหมายที่เป็นเป้าหมายร่วมกันไหม
FAVIQ: มีครับ เราพูดพร้อมกันเลยไหม หนึ่ง… สอง… สาม… เวิลด์ทัวร์! เราอยากพาบอยกรุ๊ปไทยไประดับโลก อยากเจอแฟนคลับทุกประเทศเลย
แล้วคิดว่า FAVIQ มีอะไรที่ทำให้เป้าหมายนี้เป็นจริงได้
เชว่า: พวกเราได้ภาษา
เซน: พวกเราพัฒนาตัวเองตลอด
ฐาน: เรามีความพยายามที่แข็งแกร่ง
เนเมส: พวกเรามีมายด์เซตที่ดี และที่สำคัญเรามีทุกคน มีเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่คอยซัปพอร์ตเราในงานมาตลอด
โจอี้: เรามีความอดทน และมีความมุ่งมั่น
บลิ้งค์: เรามีกันและกัน
เจฟฟรี่: เรามีเป้าหมายเดียวกัน เลยมีแรงผลักดันที่ค่อนข้างดี จะไม่มีใครยอมทิ้งใครไว้ข้างหลัง จะไปก็ไปด้วยกัน
ภีมช์: ผมว่าการที่มี FAVIQ เกิดขึ้นมาก็เป็นปาฏิหาริย์อย่างหนึ่ง เพราะเราอยากอยู่ด้วยกันตลอด ตอนแรกคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เราก็ทำให้มันเป็นไปได้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นหลังจากนี้อะไรที่เราอยากให้เป็นไปได้ มันน่าจะไม่ยากแล้ว
.
Models
เนเมส – เช้าวันใหม่ บุญชะลักษี
บลิ้งค์ – ณิชพน ไพฑูรย์พงษ์
ภีมช์ – กฤษฏ์ ศตพรวรากุล
เจฟฟรี่ – กิตติ์ธริทธิ์ พรเทพารักษ์
โจอี้ – กิตติ์นรัตน์ พรเทพารักษ์
ฐาน – ชนสิษฎ์ หัสกิจ
เชว่า – ชวณัฐ วานิชนาม
เซน – วิชญ์พล ภัทรสาทร
.
MakeUp : @kwanchamakeup_a , @armschic
Hair : @Toptawi.s , @Papalapom
.
Clothes : @cps.label, @greyhoundoriginal
.
[Editorial]
Photographer: @guntanisorn
Project Manager: @faipnssh
Content Creator: @matine___
Art Direction: @narinmachaiya
Group Editor-in-Chief: @topkoay













